<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>RibbonCutie &#187; สัตว์เลี้ยง</title>
	<atom:link href="http://www.ribboncutie.com/category/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ribboncutie.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Feb 2012 16:47:00 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>อธิบายเด็กๆอย่างไรถึงการจากไปของสัตว์เลี้ยง</title>
		<link>http://www.ribboncutie.com/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%81</link>
		<comments>http://www.ribboncutie.com/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%81#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2010 07:33:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ribboncutie.com/?p=578</guid>
		<description><![CDATA[
การจากลามักนำมาซึ่งความเสียใจอยู่เสมอๆ ยิ่งในวัยเยาว์ด้วยแล้วการทำใจกับความสูญเสียดูจะเป็นเรื่องยาก ผู้ปกครองก็ควรจะมีวิธีการในการอธิบายให้เขาเข้าใจถึงความสูญเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจากไปของสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของเด็กๆ 
An Informal Guide to a Child&#8217;s Psyche 
ความเข้าใจของเด็กๆที่ต่อความตายนั้นจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเด็กและพัฒนาการ ของเด็ก ความด้านล่างต่อไปนี้ คือแนวทางความเข้าใจของเด็กๆในแต่ละช่วงอายุ
ต่ำกว่า 2 ปี 
เด็กๆสามารถรู้สึกและตอบรับกับการตายของสัตว์เลี้ยง โดยขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาของคนรอบกาย สามารถรับอารมณ์ความรู้สึกต่างๆมาจากคนในครอบครัว
2 ถึง 5 ปี 
เด็กวัยนี้จะคิดถึงสัตว์เลี้ยงของพวกเขาในฐานะเพื่อนเล่น แต่อาจจะไม่ได้มีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง สามารถเข้าใจความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นรอบๆตัวได้ อย่างไรก็ตามพวกเขาอาจจะแสดงออกถึงความเศร้าโดยผ่านพฤติกรรมต่างๆ เช่น อมนิ้วมือ
5 ถึง 9 ปี 
ช่วงนี้เริ่มรับรู้ว่าความตายเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น แต่พวกเขาก็จะเว้นที่ว่างไว้ให้กับความคิดที่ว่า สิ่งมหัศจรรย์อาจจะเกิดขึ้น โดยเชื่อว่าความตายสามารถต่อรองได้ เช่น เด็กๆอาจจะเข้ามาดูแลสัตว์เลี้ยงที่กำลังจะตายและอธิษฐานขอพร ซึ่งเมื่อสัตว์เลี้ยงจากไปจะรู้สึกว่าเป็นความผิดของตน ผู้ปกครองต้องพยายามทำความเข้าใจกับเด็กว่า เขาไม่ใช่สาเหตุของการที่สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต
10 ปีขึ้นไป
เด็กในวัยนี้ส่วนใหญ่จะเข้าใจแล้วว่า ทุกสิ่งที่เกิดมาจะต้องตาย และความตายเป็นจุดสิ้นสุด ความเข้าใจกับการยอมรับนั้นเป็นคนละเรื่องกัน อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความเศร้าโศก เริ่มตั้งแต่โกรธ รู้สึกผิด เศร้าโศก อาจจะแสดงออกในวิธีการที่ต่างไป เช่น อาจกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง พวกเขาจะคิดว่า &#8220;ถ้าสัตว์เลี้ยงตายได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://btgsf1.fsanook.com/weblog/entry/179/897783/dog.jpg" alt="" width="255" height="340" /></p>
<p><strong>การจากลามักนำมาซึ่งความเสียใจอยู่เสมอๆ ยิ่งในวัยเยาว์ด้วยแล้วการทำใจกับความสูญเสียดูจะเป็นเรื่องยาก ผู้ปกครองก็ควรจะมีวิธีการในการอธิบายให้เขาเข้าใจถึงความสูญเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจากไปของสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของเด็กๆ </strong></p>
<p><strong>An Informal Guide to a Child&#8217;s Psyche </strong><br />
ความเข้าใจของเด็กๆที่ต่อความตายนั้นจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเด็กและพัฒนาการ ของเด็ก ความด้านล่างต่อไปนี้ คือแนวทางความเข้าใจของเด็กๆในแต่ละช่วงอายุ</p>
<p><strong>ต่ำกว่า 2 ปี </strong><br />
เด็กๆสามารถรู้สึกและตอบรับกับการตายของสัตว์เลี้ยง โดยขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาของคนรอบกาย สามารถรับอารมณ์ความรู้สึกต่างๆมาจากคนในครอบครัว</p>
<p><strong>2 ถึง 5 ปี </strong><br />
เด็กวัยนี้จะคิดถึงสัตว์เลี้ยงของพวกเขาในฐานะเพื่อนเล่น แต่อาจจะไม่ได้มีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง สามารถเข้าใจความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นรอบๆตัวได้ อย่างไรก็ตามพวกเขาอาจจะแสดงออกถึงความเศร้าโดยผ่านพฤติกรรมต่างๆ เช่น อมนิ้วมือ</p>
<p><strong>5 ถึง 9 ปี </strong><br />
ช่วงนี้เริ่มรับรู้ว่าความตายเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น แต่พวกเขาก็จะเว้นที่ว่างไว้ให้กับความคิดที่ว่า สิ่งมหัศจรรย์อาจจะเกิดขึ้น โดยเชื่อว่าความตายสามารถต่อรองได้ เช่น เด็กๆอาจจะเข้ามาดูแลสัตว์เลี้ยงที่กำลังจะตายและอธิษฐานขอพร ซึ่งเมื่อสัตว์เลี้ยงจากไปจะรู้สึกว่าเป็นความผิดของตน ผู้ปกครองต้องพยายามทำความเข้าใจกับเด็กว่า เขาไม่ใช่สาเหตุของการที่สัตว์เลี้ยงเสียชีวิต</p>
<p><strong>10 ปีขึ้นไป</strong><br />
เด็กในวัยนี้ส่วนใหญ่จะเข้าใจแล้วว่า ทุกสิ่งที่เกิดมาจะต้องตาย และความตายเป็นจุดสิ้นสุด ความเข้าใจกับการยอมรับนั้นเป็นคนละเรื่องกัน อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความเศร้าโศก เริ่มตั้งแต่โกรธ รู้สึกผิด เศร้าโศก อาจจะแสดงออกในวิธีการที่ต่างไป เช่น อาจกลัวที่จะถูกทอดทิ้ง พวกเขาจะคิดว่า &#8220;ถ้าสัตว์เลี้ยงตายได้ มันก็มีเหตุผลว่าพ่อแม่อาจจะเสียชีวิตลงได้เช่นกัน&#8221; หรือมักจะมีความสงสัยเกี่ยวกับความตายด้วยการถามคำถามที่คุณไม่สะดวกใจที่จะ ตอบ ซึ่งการตอบคำถามเหล่านั้นคุณควรทำด้วยความตรงไปตรงมา อย่างอ่อนโยนและระมัดระวัง<br />
สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเมื่อสัตว์เลี้ยงเสียชีวิต<span id="more-578"></span></p>
<p><strong>สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเมื่อสัตว์เลี้ยงเสียชีวิตลงก็คือ</strong> การโกหกเด็กๆ เช่น การบอกว่าสัตว์เลี้ยงไปสวรรค์ หรือนอนหลับ เพราะสุดท้ายแล้วเด็กๆก็จะรู้ความจริง ซึ่งการโกหกก็อาจจะส่งผลกระทบไปถึงความเชื่อใจระหว่างผู้ปกครองกับเด็กๆ เพราะเมื่อพวกเขาโตขึ้นแล้วรู้ความจริง พวกเขาจะเกิดความสงสัยว่า พ่อแม่โกหกอะไรไว้อีก</p>
<p>ถ้าคุณบอกว่าสัตว์เลี้ยงหลับไป เด็กๆก็อาจจะกลัวเรื่องการนอน ถ้าคุณบอกว่าสัตว์เลี้ยงต้องไปอยู่ที่อื่นๆ เด็กๆก็จะเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่สัตว์เลี้ยงจะกลับมา และถ้าคุณบอกว่าพระเจ้ามาพาสัตว์เลี้ยงไปเพราะเขาพิเศษ เด็กๆก็จะไม่พอใจพระเจ้าและกลัวว่าใครจะเป็นคนต่อไปที่พระเจ้าจะมาพาตัวไป<br />
ผู้ปกครองต้องเปิดเผยและซื่อสัตย์ ถ้าสัตว์เลี้ยงเจ็บปวดมากและกำลังจะตาย ผู้ปกครองต้องรีบบอกให้เด็กๆทราบโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใช้คำว่า &#8220;ตาย&#8221; เพื่อให้ความหมายตรงตามสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าเด็กๆต้องการเห็นวิธีการที่ทำให้สัตว์เลี้ยงพ้นทุกข์และสงสัยเกี่ยวกับ ขั้นตอน ผู้ปกครองก็ควรจะตอบคำถาม ส่วนจะได้เห็นด้วยตาตัวเองหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับวัยของเด็กและสัตว์ แพทย์ว่าอนุญาตหรือไม่</p>
<p>พ่อแม่ต้องแน่ใจว่า เด็กเข้าใจความหมายของ<strong> &#8220;ความตาย&#8221; </strong>อาจ จะบอกว่าร่างกายของสัตว์เลี้ยงหยุดทำงานแล้ว ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละครอบครัว และบอกแบบไหนที่จะทำให้เด็กเข้าใจ แต่ประเด็นก็คือ เด็กๆต้องรับรู้ว่าสัตว์เลี้ยงตายไปแล้วและจะไม่สามารถกลับมาหาเขาได้อีก</p>
<p>คุณต้องเปิดโอกาสให้เด็กๆได้พูดคุยถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อสิ่งที่ เกิดขึ้น อาจจะจัดพิธีการเล็กๆขึ้นมาเพื่อแสดงการไว้อาลัยต่อการจากไปของหนึ่งใน สมาชิกของครอบครัว บางครอบครัวปลูกต้นไม้ไว้ตรงที่ฝังร่างของสัตว์เลี้ยง ผลักดันให้เด็กๆบอกเล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อสัตว์เลี้ยง อาจจะด้วยการพูดหรือเขียนก็ได้</p>
<p>พ่อแม่ต้องแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาด้วย ซึ่งจะทำให้เด็กๆรู้ว่าสัตว์เลี้ยงมีความพิเศษ และเขาไม่ใช่คนเดียวที่โศกเศร้า ควรบอกกับคุณครูของเด็กๆถึงการสูญเสีย เพื่อให้เขาเข้าใจว่าทำไมเด็กถึงมีพฤติกรรมที่แปลกออกไป</p>
<p>อย่าตำหนิสัตวแพทย์ ผู้ปกครองบางคนเลี่ยงที่จะตอบคำถามของลูกๆ เลยตัดสินใจหาทางออกง่ายๆด้วยการโยนความผิดไปให้คุณหมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง ทั้งยังอาจจะทำให้เด็กเติบโตขึ้นโดยมีความรู้สึกที่ไม่ดีกับสัตวแพทย์รวมไป ถึงคุณหมอโดยทั่วไปอีกด้วย พ่อแม่ไม่ควรโยนภาระในการบอกความจริงกับเด็กๆไปให้สัตวแพทย์ด้วยเช่นเดียว กัน คุณหมออาจะช่วยได้บ้างในการแสดงความคิดเห็นและตอบคำถามถ้าจำเป็นเท่านั้น</p>
<p><strong>ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้าบ้านทันทีหลังจาก ที่ตัวเดิมเสียชีวิต เพราะจะทำให้เด็กๆรู้สึกว่าสมาชิกของครอบครัวสามารถทดแทนกันได้ ควรรอจนกระทั่งเด็กๆบอกกล่าวว่ากำลังสนใจในสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เสียก่อน และถ้าเด็กๆยังเผชิญหน้ากับความโศกเศร้าเป็นระยะเวลานาน หรือมีอาการฝันร้ายก็อาจจะต้องพึ่งพาจิตแพทย์ หรือที่ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเด็ก เพื่อหาทางแก้ไข้ </strong></p>
<p>ที่มา : women.sanook.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ribboncutie.com/%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%81/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

