Hey there! Thanks for dropping by Theme Preview! Take a look around
and grab the RSS feed to stay updated. See you around!

Category : สุขภาพ

The Basics of HGH

HGH
HGH or Weak Growth Corticosteroid, as the jargon suggests, is a work of catecholamine that stimulates body status. To be particularised, HGH helps the body to discolor taller.

This write of hormone is course excreted by the body. Released through the hypophysis glands, HGH improves stage and steady improves the replication organs of the person.

This type of hormone is at its level from the archeozoic puerile life to unpunctual teens as the person is starting to aggressively develop.

With the secretion of HGH, the someone becomes stronger and many nubile.

The release of HGH from the hypophysis organ reduces when the mortal accomplish adulthood. This can be detected when the human stops thriving.

By the dimension the person reaches 30 period old, the relinquishing of HGH significantly drops.
Human Growth Hormone

จากการวิจับพบว่าน้ำมันมะกอก มีสามารถช่วยยับยั้งเซลล์เนื้องงอก ที่จะเจริญเจิบโตเป็น มะเร็งได้ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการศึกษาทดลองกับหนู ก็พบว่าน้ำมันมะกอกสามารถยับยั้งเนื้องอกจากเต้านมได้ และนอกจากนี้ยังป้องกัน DNA ที่จะนำไปสู่การก่อตัวของเซลล์มะเร็งได้ด้วย

นักวิจัย Dr Eduard Escrich แนะนำว่าถ้าเราได้รับรับประทานน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์วันละ50ml หรือ 10 ช้อนชา เป็นระยะเวลานานๆ จะยิ่งช่วยให้การต้านทานเซลล์เนื้องอกหรือมะเร็งได้ผลดียิ่งขึ้น

ซึ่งชาวกรีกเป็นชาติที่บริโภคน้ำมันมะกอกที่มากที่สุดในโลก รองลงมาคือประเทศอินตาเลียน แต่มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบมากที่สุดของคนอังกฤษจากคนที่ป่วยเป็นมะเร็ง เต้านมมีกว่า 45,000 และเสียชีวิตแล้วประมาณ 1,000 คน

และจากการศึกษาของประเทศสเปนพบว่า คนที่รักสุขภาพ ใส่ใจในสุขภาพ และเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกสามารถช่วย ต้านโรคร้ายๆที่สำคัญๆ เช่น โรคหัวใจ โรคพาร์กินสัน รวมไปถึงโรคมะเร็งเต้านมได้ดีอีกด้วย

จะเห็นได้ว่านอกจาก อาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ ปลา ถั่วและธัญพืช นม แล้วยังมีน้ำมันมะกอกอีอย่างที่เราไม่ควรมองข้าม เห็นแบบนี้แล้วหันมาลองรับประทานน้ำมันมะกอกกันดูบ้างนะค่ะ

ที่มา : women.sanook.com

การกินถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เรากินเข้าไปล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทั้งสิ้น แต่จะเป็นไปในทางที่ดีหรือร้ายนั้น อันนี้ก็ขึ้นกับเราว่าเราจะเลือกอะไรให้กับตัวเอง ที่สำคัญคือไม่ใช่ว่าอาหารแพงจะมีประโยชน์เสมอไป อาหารถูกๆ ที่พบเห็นกันทั่วไปก็มีประโยชน์ได้เหมือนกัน เพียงแต่มันต้องมีวิธีการเลือกเท่านั้นค่ะ


1. เลือกกินอาหารให้ครบห้าหมู่ และกินให้พอเหมาะพอดี ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณสาวๆ นั่งคำนวณออกมาเป็นแคลอรีกัน เพราะมันคงเสียเวลา และน่าจะเสียสุขภาพจิตกันขึ้นไปอีก แต่สำหรับใครที่ทำได้ อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี WP ขอยกนิ้วให้ แต่สำหรับสาวๆ ทั่วไปที่ไม่มีเวลามากขนาดนั้นก็เพียงแค่ในแต่ละวันเลือกอาหารจากร้านค้าที่ สะอาด เลือกเมนูที่มี
สารอาหารครบทั้งห้าหมู่ ที่สำคัญคือไม่กินจนเ

กินอิ่ม เพราะอาจทำให้อ้วนจนต้องหาวิธีลดน้ำหนักกันวุ่นวายขึ้นไปอีกค่ะ

2. ผักสวนครัวรั้วกินได้ ผักที่เราปลูกกินเอง นอกจากจะได้ประโยชน์จากตัวของมันแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าสะอาดปราศจากยาฆ่าแมลงอีกด้วย แถมถ้าสาวๆ คนไหนมีพื้นที่มากหน่อยก็สามารถเอาไปขายเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกด้วยค่ะ

3. ทำกินเอง อร่อย ประหยัด ถูกหลักอนามัย ฝีมือใครก็ไม่อร่อยเท่าฝีมือตัวเอง เพราะเราสามารถเสกสรรค์ความอร่อยตามแบบฉบับที่เราต้องการ ที่สำคัญเรายังมั่นใจได้ว่าอาหารของเรานั้นทำจากวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ แถมทำครั้งหนึ่งยังกินได้หลายมื้ออีกต่างหากค่ะ

4. สั่งอาหารเป็นกองกลางแล้วหารเท่า อันนี้สำหรับคนที่มีเพื่อนเยอะ โดยสั่งข้าวเป็นโถ ส่วนกับข้าวให้สั่งมารวมกัน ซึ่งนอกจากจะประหยัดกว่าแล้ว ยังได้กินอาหารที่หลากหลายอีกด้วยค่ะ แล้วอย่าลืมสั่งให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณสาวๆ ด้วยนะคะ

5. พกคูปองส่วนลดติดกระเป๋า เวลาไปไหนมาไหน มักจะได้รับคูปองส่วนลดจากร้านอาหารต่างๆ มากมาย ทางที่ดีควรพกติดตัวไว้ เพราะเวลาหิวจะได้หยิบมาใช้ให้ท้องอิ่มแถมกระเป๋าตังค์ยิ้มเพราะไม่ต้องเสีย เงินเยอะอีกด้วยค่ะ เมื่อเงินเหลือใช้ อะไรๆ ก็จะดีตามไปด้วยค่ะ

เรื่อง : ณฐอร, วัชรพร , update bu supermoon , ที่มา : women.sanook.com

ออกกำลังกาย

ทราบหรือไม่ว่า การออกกำลังนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังให้ประโยชน์อะไรกับร่างกายอีก

ผิวจะดูดีขึ้น การออกกำลังมีผลในแง่บวกหลายอย่างต่อผิว ช่วยเติมสีสันให้พวงแก้ม ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นจากการไหลเวียนของโลหิตที่ดีขึ้น และยังทำให้ผิวกระชับขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันความหย่อนยานหรือริ้วรอยได้ด้วย
ขนาดร่างกายจะสมส่วนการออกกำลังเป็นประจำจะช่วยให้เผา ผลาญแคลอรีส่วนเกิน และลดน้ำหนักได้ จะค่อยๆ มีขนาดร่างกายที่เหมาะสมกับส่วนสูง และโครงสร้างร่างกาย จะทำให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น และก็จะดูดีขึ้นตามไปด้วย
เส้นผมจะแข็งแรงกว่าเดิมการออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้ มีการสูบฉีดโลหิตไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งหนังศีรษะด้วย รากผมจะได้รับอาหารจากเลือดที่เต็มไปด้วยออกซิเจน และช่วยกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำลายเส้นผม
ดวงตาจะแจ่มใสขึ้นเป็นผลของการไหลเวียนโลหิตที่ดี จะทำให้ดวงตามีความชุ่มชื้น และแจ่มใส นอกจากนี้การใช้สายตาจับจ้องไปข้างหน้าตลอดเวลาของการออกกำลัง ทำให้ได้มีการออกกำลังกล้ามเนื้อดวงตาที่ทำให้แข็งแรงขึ้น
กล้ามเนื้อจะดูดีขึ้น การออกกำลังแต่ละอย่างจะทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ทำให้ดูเพรียวขึ้น เสื้อผ้าจะเข้ากับรูปร่างได้อย่างสวยงาม และก็จะดูฟิตมากขึ้น
รู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายกันแล้ว หันมาออกกำลังกายกันดีกว่า
ที่มา : women.sanook.com

คุณเป็นคนนึงหรื่อไม่ที่ ชอบออกกำลังกายในยิม ถ้าใช่ละก็ฟังทางนี้ให้ดี เพื่อที่คุณจะได้ไม่เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์กับการออกกำลังกายที่ไม่ได้ผล

5 ข้อ ที่ควรจำให้แม่น สำหรับสาวๆ ที่คิดจะออกกำลังกายในยิม

  • อย่าอ่านหนังสือ ถ้าคุณสามารถอ่านหนังสือหรือนิตยสารไปได้ในขณะที่ออกกำลัง แสดงว่าคุณยังออกกำลังไม่หนักพอ ฉะนั้น ตั้งใจหน่อย
  • พัก การหยุดพักออกกำลังเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะถ้าคุณยกน้ำหนัก ควรหยุดอย่างน้อยหนึ่งวันหลังยกน้ำหนัก หรือสลับออกกำลังร่างกายช่วงบนหนึ่งวัน และช่วงล่างในวันถัดมา
  • อุ่นเครื่องร่างกายช่วงบน เวลาออกกำลังช่วงแขนด้วยการยกน้ำหนัก จำไว้ว่าต้องวอร์มอัพร่างกายส่วนบนก่อนเสมอ เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด
  • ดื่ม คุณรู้แล้วว่าควรดื่มน้ำให้ได้วันละสองลิตร แต่มันสำคัญอย่างมากเวลาที่คุณออกกำลังในยิม เพราะการขาดน้ำจะทำให้การออกกำลังของคุณย่ำแย่และล้าหลังกว่าปกติ
  • รับความจริง อย่าเปลืองเวลาไปกับการสร้างความสมบูรณ์แบบของร่างกายแค่ส่วนเดียว เพราะคุณควรต้องดูดีทั่วเรือนร่างดูดี ซึ่งนั่นหมายความถึงการออกกำลังแบบคาร์ดิโอและการยกน้ำหนัก

ถ้าทำได้ครบ 5 ข้อแล้วก็เตรียมยิ้มรับกับสุขภาพที่มาพร้อมกับหุ่นที่ใครหลายคนอิจฉาได้เลย

ที่มา : women.sanook

หญิงตั้งครรภ์ตอนอายุมากเสี่ยงสูงคลอดทารกดาวน์ซินโดรม ขณะที่หญิงตั้งครรภ์อายุน้อยมีความเสี่ยงเช่นกัน แต่มีเปอร์เซ็นต์น้อยกว่า

พญ.ปิยะรัตน์ สัมฤทธิ์ประดิษฐ์ สูตินรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงไทยแต่งงานช้าลง ดังนั้นการเกิดความกังวลของคุณผู้หญิงอายุสามสิบขึ้นไปต่อการมีลูกเมื่ออายุ มากก็จะมีมาก เนื่องจากกลุ่มผู้หญิงดังกล่าว เวลาตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดทารกดาวน์ทั้งสิ้น โดยความเสี่ยงจะเพิ่มตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 35 ปี ขึ้นไปถือว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการตั้งครรภ์ทารกดาวน์สูง ซึ่งมีความเสี่ยง 1 ใน 270 ราย และจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยสาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากโครโมโซมมีความผิดปกติ

ส่วนผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 35 ปี คุณหมอบอกว่า ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ทารกดาวน์ได้ แต่ความเสี่ยงไม่สูงมากนัก เช่น ผู้หญิงอายุ 25 ปี จะมีความเสี่ยงประมาณ 1 ใน 1,000 ราย ซึ่งตรงนี้การตรวจคัดกรองจะมีประโยชน์มาก เพราะในคุณแม่อายุน้อย ความเสี่ยงไม่สูงพอที่จะมีข้อบ่งชี้ในการเจาะน้ำคร่ำ แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดทารกดาวน์ได้ Read More…

ส่งท้ายสัปดาห์สุขภาพ ‘เลือด’ ด้วยเครื่องดื่มจากส่วนผสมของสตรอว์เบอร์รี่ กล้วยหอม กีวี และสาหร่ายสไปรูลินา ที่ช่วยบำรุงและทำความสะอาดเลือด พร้อมทั้งเสริมประสิทธิภาพในการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือด

ประโยชน์ของ สตรอว์เบอร์รี่ ดีต่อเลือด เพราะอุดมไปด้วยแคลเซียม คลอรีน โซเดียม กำมะถัน แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินซี กรดโฟลิก และไบโอติน แถมยังสามารถช่วยแก้กระหาย เมาค้าง ล้างพิษ บำรุงผิวพรรณ เสริมประสิทธิภาพของระบบขับถ่าย แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง แก้ไอ และขับปัสสาวะ

สำหรับ กล้วยหอม มีธาตุเหล็กที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮีโมโกลบิน แก้ปัญหาเลือดจาง ทั้งยังอุดมไปด้วยเกลือโพแทสเซียมเหลือง สามารถลดความเสี่ยงการเกิดความดันในเลือดได้ ขณะที่ กีวี มีสารอาหารที่ใกล้เคียงกับสตรอว์เบอร์รี่ แต่จะมีเบตาแคโรทีนเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ไม่ทำให้เป็นหวัดง่าย

ส่วน สาหร่ายสไปรูลินา มีคลอโรฟีลล์ ช่วยเร่งกระบวนการชะล้างสารพิษและของเสียในตับ กระแสเลือด และลำไส้ให้เร็วขึ้น ทำให้ฮีโมโกลบินสามารถลำเลียงออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนการปรุงดื่ม แนะนำให้เตรียมส่วนผสมตามสัดส่วนดังต่อไปนี้…

* สตรอว์เบอร์รี่ 2 ถ้วย
* กล้วยหอม 1 ถ้วย
* กีวี 1 ถ้วย
* สาหร่ายสไปรูลินา พอประมาณ

ขั้นตอนผสมเครื่องดื่ม

เริ่มที่นำสตรอว์เบอร์รี่ไปหั่นพอหยาบ กีวีให้ปอกเปลือกแล้วหั่นแนวขวาง จากนั้นนำส่วนผสมทั้งสองชนิดไปสกัดเอาเฉพาะน้ำ ส่วนกล้วยเมื่อปอกเปลือกแล้วให้ฝานเป็นแว่นๆ นำไปปั่นรวมกับน้ำสตรอว์เบอร์รี่และกีวีด้วยเครื่องปั่น แล้วจึงเติมสาหร่ายสไปรูลินาพร้อมน้ำแข็งป่นพอประมาณก่อนนำส่วนผสมทั้งหมดไป ปั่นรวมกันจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันเป็นอันเรียบร้อย ดื่มได้ทันที

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ 80 สูตรน้ำผัก-ผลไม้ เพื่อการล้างพิษและฟื้นฟูสุขภาพ

ที่มา : women.sanook.com

การชอปปิ้งช่วยใหู้ผู้หญิงเผาผลาญพลังงานได้เกือบ 48,000 แคลอรี่ต่อปี หรือการกินอาหารรวม 25 วัน

งาน วิจัยพบข้ออ้างใหม่ถูกใจสาวนักชอป… ระบุการเดินซื้อของในแต่ละสัปดาห์ ช่วยเผาผลาญพลังงานได้เฉลี่ยถึง 385 แคลอรี่ หรือเท่ากับแคร์รอทเค้ก 1 ชิ้น หรือไวน์แก้วใหญ่ 2 แก้ว

ตลอดทั้งปี ผู้หญิงจะเดินหาซื้อของลดราคารวมแล้ว 247 กิโลเมตรหรือพอๆ กับระยะทางจากกรุงลอนดอนไปนอตติ้งแฮม ซึ่งกว่าครึ่ง ของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,000 คน ที่เป็นสาวนักชอปจากเมืองผู้ดี บอกว่า “การเดินซื้อของเหนื่อยกว่าการออกกำลังกายในฟิตเนส”

ผล สำรวจที่ดีเบนแฮมส์ ห้างสรรพสินค้าดังในอังกฤษ จัดทำขึ้นยังพบว่า… ในแต่ละสัปดาห์ ผู้หญิงใช้เวลาเฉลี่ย 2.5 ชั่วโมง และระยะทาง 4.7 กิโลเมตรในการเดินห้าง เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ใช้เวลาเฉลี่ยแค่ 50 นาที และระยะทางในการเดินเพียง 2.4 กิโลเมตรเท่านั้น


นอก จากนี้ ยังพบว่าทุกครั้งที่ออกไปชอปปิ้ง ผู้หญิงจะเดิน 7,305 ก้าว หรือเกือบ 3 ใน 4 ของระยะทางที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขของอังกฤษแนะนำให้เดินในแต่ละวัน

นัก วิจัยคำนวณว่าการชอปปิ้ง 3 ชั่วโมงช่วยเผาผลาญพลังงาน 495 แคลอรี่ที่ได้ จากบิ๊กแมค 1 ชิ้น, ชอปปิ้ง 2 ชั่วโมงเผาผลาญพลังงาน 283 แคลอรี่ หรือเท่ากับกาแฟลาเต้ 1 แก้ว

กลุ่มสำรวจ 1 ใน 3 บอกว่าชอปปิ้ง ‘จริงจัง’ สัปดาห์ละครั้ง ขณะที่ 8 ใน 10 ยอมรับว่าใช้เวลาและเดินทนขึ้นเมื่อไปชอปกับเพื่อน ระหว่างนั้นยังแวะกินอาหารกลางวันหรือดื่มกาแฟด้วย แต่ 45% บอกว่าเดินชอปจนหมดแรงโดยไม่นั่งพักเลย

ในการสำรวจอีกชิ้น ผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณว่า ผู้หญิงเผาผลาญพลังงาน 5 แคลอรี่ในทุกๆ 1 นาที ที่เดินดูของ หรือเกือบ 48,000 แคลอรี่ต่อปี หรือเท่ากับปริมาณการบริโภคอาหารที่แนะนำไว้วันละ 1,940 แคลอรี่ 25 วัน

ผลศึกษายังแสดงให้เห็นว่า แต่ละเดือน ผู้หญิงเดินชอปปิ้งตามห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าใกล้บ้าน 11 ครั้ง รวมเวลาที่ใช้ไปทั้งสิ้นราว 13 ชั่วโมง

ผู้หญิง 2 ใน 3 จากกลุ่มสำรวจทั้งหมด 3,000 คนในโพลล์ของสกินนี คาว ผู้ผลิตของหวานไขมันต่ำ ไม่ชอบเดินทอดน่องละเลียดดูของ แต่จะรีบหาทุกอย่างที่ต้องการอย่างเร็วที่สุด เท่าที่ทำได้…

ที่มา : women.sanook.com

สสช.เผย ผลสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทยในปี 2552 พบสาว กทม. ละเลยการตรวจสุขภาพตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูก น้อยกว่าภาคอื่นๆ เหตุชีวิตเร่งรีบ หน้าที่การงานรัดตัว

นางจีรา วรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สสช.และกรมอนามัยร่วมสำรวจอนามัยการเจริญพันธุ์หญิงไทย ประจำปี 2552 พบว่าผู้หญิงในเขตเทศบาลแต่งงานช้ากว่าผู้หญิงที่อยู่นอกเขตเทศบาล ส่วนการตรวจหาก้อนที่เต้านมของหญิงอายุ 30- 59 ปี ในรอบปีที่ผ่านมามีเพียงร้อยละ 58.1 ซึ่งเป็นการตรวจด้วยตนเองร้อยละ 23.6 ตรวจโดยบุคลากรสาธารณสุขร้อยละ 20.3 และตรวจด้วยตนเองและบุคลากรสาธารณสุข ร้อยละ 14.2 เมื่อพิจารณาจำแนกตามเขตการปกครองและภาค พบว่า หญิงที่อาศัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเคยตรวจหาก้อนที่เต้านมใน รอบปีที่ผ่านมาสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 64.9 และ 63.3 ตามลำดับ ส่วนภาคที่เคยตรวจน้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 47.4

ด้านการ ตรวจมะเร็งปากมดลูก หญิงอายุ 30 – 59 ปี ที่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามี ร้อยละ 60.2 หญิงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนที่เคยตรวจต่ำสุด ร้อยละ 44.4 ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันและสูงกว่าภาคอื่นๆ คือร้อยละ 69.0 และ 67.3 ตามลำดับ ทั้งนี้อาจเนื่องจากการรณรงค์ในการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์ผ่านทางอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสถานพยาบาลในพื้นที่นอกเขตเทศบาล สามารถเข้าถึงครัวเรือนหรือกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าในเขตเทศบาล โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ผู้หญิงมีการทำงานหรือดำเนินชีวิตอยู่นอกครัวเรือนและเร่งรีบ โอกาสในการเข้าถึงบริการตรวจมะเร็งระบบสืบพันธุ์โดยบุคลากรสาธารณสุข มีน้อยกว่าหญิงที่อยู่ในภาคอื่น

ที่มา : women.sanook.com